หน้าแรก > บล็อก > ข้อมูลทั่วไป > อันตรายของพอต ทำไมรัฐไทยถึงแบน

ข้อมูลทั่วไป

อันตรายของพอต ทำไมรัฐไทยถึงแบน

เผยแพร่เมื่อ October 29, 2025

คำถามที่ลูกค้าชอบถามเวลาสั่งพอตกับร้าน vapethailanddelivery แบบส่งด่วนคือ ทำไมของที่เห็นคนใช้ทั่วไปถึงยังถูกมองว่าเสี่ยงและผิดกฎหมายในไทยครับ คำตอบสั้นที่สุดคือพอตไม่ใช่แค่อุปกรณ์เทคโนโลยี แต่มันคือทางเข้าใหญ่ของนิโคตินสู่กลุ่มวัยรุ่นและประชากรใหม่ ขณะเดียวกันภาครัฐไทยก็ตีกรอบด้วยกฎหมายที่ชัดเจนเพราะมองความเสี่ยงด้านสุขภาพและสังคมเป็นหลักครับ บทความนี้จะอธิบายตรง ๆ ว่าพอตคืออะไร ใครนิยมใช้ ผลกระทบต่อร่างกาย และเหตุผลด้านกฎหมายที่ทำให้ไทยยังแบนพอตในปี 2025 ครับ

พอต คืออะไร มีกี่รูปแบบ?

พอต(pods) คือบุหรี่ไฟฟ้าระบบให้ความร้อนกับน้ำยาให้กลายเป็นละอองไอโดยไม่มีการเผาไหม้ครับ รูปแบบหลักในตลาดแบ่งได้เป็นพอตใช้แล้วทิ้ง พอตเปลี่ยนหัว หรือระบบปิดที่สลับหัวน้ำยาสำเร็จรูป และพอตเติมน้ำยาแบบรีฟิลครับ แม้หน้าตาจะทันสมัยและใช้งานง่าย แต่ แก่นแท้คือการส่งนิโคตินเข้าสู่ร่างกายผ่านไอที่มีส่วนผสมของโพรไพลีนไกลคอล กลีเซอรีน สารแต่งกลิ่น และโลหะจากชุดทำความร้อนในบางกรณีครับ หลายงานทบทวนและหน่วยงานสาธารณสุขเตือนว่าผลกระทบต่อหัวใจ ปอด และหลอดเลือดยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะกับเยาวชนครับ

ความนิยมของพอตในหมู่วัยรุ่น

ภาพรวมระดับโลกสะท้อนชัดว่าวัยรุ่นใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าผู้ใหญ่ในหลายประเทศ และถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหลากหลาย ดีไซน์เล็ก พกง่าย และอิทธิพลโซเชียลครับ องค์การอนามัยโลกประเมินว่ามีวัยรุ่นอย่างน้อย 15 ล้านคนใช้บุหรี่ไฟฟ้า และเตือนว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้กำลังผลักคลื่นเสพติดนิโคตินลูกใหม่ขึ้นมาครับ แม้บางประเทศตัวเลขผู้ใช้เยาวชนผันผวนลงในบางปี แต่ สัญญาณภาพใหญ่ยังชี้ว่าความเสี่ยงต่อเยาวชนเป็นปัจจัยนโยบายสำคัญทั่วโลกครับ

ประวัติศาสตร์รัฐไทย กับ บุหรี่ไฟฟ้า

ไทยเริ่มคุมเข้มด้วยการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าและบารากู่ไฟฟ้าตั้งแต่ปลายปี 2557 ผ่านประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่นิยามและกำหนดให้เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าอย่างชัดเจนครับ นี่คือจุดตั้งต้นให้การนำเข้า ครอบครองเพื่อขาย และการค้าพอตอยู่ภายใต้กรอบโทษของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ต่อมา เพราะรัฐมองประเด็นสุขภาพสาธารณะและเยาวชนเป็นแกนหลักครับ

กฎหมายไทยกับพอตไฟฟ้า (อัพเดทปี 2025)

สถานะในปี 2025 ยังยืนว่า บุหรี่ไฟฟ้าและพอตเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้า ตามประกาศปี 2557 ครับ ผู้เกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งการขายให้ผู้บริโภคครับ หน่วยงานรัฐอย่างตำรวจสอบสวนกลางและ สคบ. สื่อสารสม่ำเสมอว่าการนำเข้า จำหน่าย และครอบครองเพื่อขายมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามฐานความผิดครับ รายละเอียดเชิงหลักการที่สื่อสารสาธารณะ เช่น จำคุกได้หลายปีและปรับเป็นเท่ามูลค่าสินค้า สะท้อนหลักการคุมเข้มการลักลอบครับ ผู้ที่สูบในที่ห้ามสูบยังเสี่ยงโทษปรับตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบด้วยครับ

โทษของผู้สูบพอต

สำหรับผู้สูบ จุดเสี่ยงทางกฎหมายมักมาในมิติการเกี่ยวข้องกับของผิดกฎหมายในห่วงโซ่นำเข้าและจำหน่าย เช่น ความผิดฐานซ่อนเร้นหรือรับของที่ยังไม่ผ่านพิธีศุลกากรอย่างถูกต้องในบางกรณีตามที่หน่วยงานรัฐสื่อสารครับ ด้านสาธารณสุข หน่วยงานอย่าง CDC และ WHO ย้ำว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ยาสูบใดปลอดภัย โดยพอตสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อหัวใจ หลอดเลือด ทางเดินหายใจ และภาวะปอดอักเสบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มโลหะหนักจากคอยล์ที่อาจสูงในบางอุปกรณ์ใช้แล้วทิ้งครับ สาระสำคัญคือความเสี่ยงสุขภาพยังมีอยู่ แม้จะไม่มีการเผาไหม้แบบบุหรี่มวนครับ

โทษของผู้ขายพอต

ผู้ขายหรือผู้ให้บริการเกี่ยวกับพอตเสี่ยงโทษทั้งตามประกาศห้ามนำเข้าและกฎหมายศุลกากร รวมถึงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าต้องห้ามครับ การประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐระบุโทษทั้งจำคุกและปรับจำนวนมากซึ่งคิดเป็นเท่ามูลค่าสินค้าและอาจมีการริบของกลางครับ สาระคือห่วงโซ่การค้าและกระจายสินค้าถูกเพ่งเล็งอย่างเข้มข้น และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้รัฐยืนยันมาตรการแบนต่อเนื่องครับ

ข้อเท็จจริงสุขภาพที่ทำให้รัฐยืนยันมาตรการแบน

รัฐไทยอ้างอิงฐานข้อมูลสาธารณสุขสากลซึ่งเตือนเรื่องเยาวชนและผลกระทบระยะสั้นถึงระยะยาวของการสูบไอครับ หลักฐานด้านระบาดวิทยาอย่างเหตุการณ์ EVALI ที่สหรัฐฯ และงานวิจัยใหม่ ๆ เรื่องโลหะหนักในไอของพอตใช้แล้วทิ้ง ชี้ว่าความไม่แน่นอนทางความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว และการตลาดที่เข้าถึงวัยรุ่น เป็นความเสี่ยงที่รัฐเลือกคุมแบบระมัดระวังครับ นโยบายจึงเดินด้วยหลักการป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะเพื่อกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เริ่มเสพนิโคตินครับ

โดยรวมแล้ว พอตคืออุปกรณ์ส่งนิโคตินรูปแบบใหม่ที่ใช้งานง่ายและถูกใจวัยรุ่น แต่พ่วงความเสี่ยงต่อสุขภาพและความเสี่ยงนโยบายสาธารณะครับ ไทยจึงยังคงแบนการนำเข้าและกดดันห่วงโซ่จำหน่ายอย่างเข้มในปี 2025 เพราะต้องการลดการเข้าถึงของเยาวชนและป้องกันผลกระทบที่ยังไม่แน่นอนระยะยาวครับ ถ้าคุณใช้พอตอยู่ สิ่งที่ควรทำทันทีคือทำความเข้าใจความเสี่ยง กฎหมายที่เกี่ยว และหลีกเลี่ยงการใช้ในสถานที่ห้าม พร้อมทบทวนการลดหรือเลิกเพื่อลดอันตรายโดยรวมครับ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด